สุนัขพันธ์ปอมเมอร์เรเนียม



    


ประวัติของสุนัขพันธุ์ปอมเมอร์เรเนียน
          สุนัขพันธุ์ปอมเมอร์เรเนียนนั้นได้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากสุนัพันธุ์สปิตช์พันธุ์ใหญ่ โดยนักพัฒนาพันธุ์สุนัขชาวเยอรมนี ในปี 1895 และเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากการประกวด German Toys Dogs ในปี 1901 จากนั้นสุนัขพันธุ์นี้ก็ได้รับการพัฒนาพันธุ์อย่างต่อเนื่องในตอนเหนือของเยอรมนี เป็นที่น่าสังเกตว่า ถึงแม้สุนัขพันธุ์นี้จะมีขนาดเล็ก และจัดอยู่ในประเภท Toys Dog แต่ก็มีคนจำนวนมากที่เลี้ยงเอาไว้เพื่อจุดประสงค์ในการเฝ้ายาม เนื่องมาจากความกล้าหาญ และเสียงเห่าที่เล็กแหลมได้ยินชัดเจน นอกจากนี้ยังมีขนาดเล็กง่ายต่อการดูแล จนถึงปัจจุบันสุนัขพันธุ์นี้ได้ถูกพัฒนาอย่างซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยผู้พัฒนาพันธุ์เน้นพัฒนาให้ลำตัวมีขนาดสั้นลง และมีขนที่เรียวบางแต่มีปริมาณมาก ทำให้สุนัขพันธุ์นี้มีขนที่ฟูฟ่อง และมีลำตัวที่สั้นผิดสัดส่วนดูน่ารักน่าเอ็นดู ทุกวันนี้จึงเหลือแต่เพียงผู้ที่เลี้ยงไว้เพื่อการดูเล่นเท่านั้น


ต้นกำเนิดสุนัข
         สัตว์ในตระกูลสุนัขอาจสืบเชื้อสายย้อนหลังไปถึง 30 ล้านปี ซึ่งอาจประกอบด้วยสุนัขป่าทั้งหมด ปัจจุบันเราสามารถแบ่งสุนัขทั่วโลกออกเป็น 13 สกุล และ 37 ชนิด บางชนิดอาจมีมากบ้างน้อยบ้าง เช่น สุนัขป่าสีเทา มีจำนวนลดลงมาก ในปัจจุบัน แต่ในขณะที่สุนัขจิ้งจอกสีแดง ยังคงมีให้พบเห็นโดยทั่วไป เพราะมันสามารถปรับตัวให้เข้ากันกับการขยายตัวของเมืองได้ดี สุนัขเลี้ยงทุกตัวมีพัฒนาการมาจาก สุนัขป่าสีแดง และยังคงมีสัญชาตญาณทางสังคมอย่างหนึ่งของสุนัขป่าเช่น การที่สุนัขเลี้ยงมีความซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ หรือการที่สุนัขเฝ้ายาม แสดงความหวงแหนเขตแดนจัดว่าเป็น สัญชาตญาณอย่างหนึ่งของสุนัขป่า
การนำสุนัขมาเลี้ยงในยุคแรกสันนิษฐานว่า มนุษย์แถบซีกโลกเหนือเป็นผู้ที่นำมาเลี้ยง เป็นพวกแรกโดยสุนัขป่าอาจตามมาอยู่ใกล้มนุษย์เพื่อกินเศษอาหารที่เหลือ ต่อมามนุษย์ได้จับลูกสุนัขป่ามาเลี้ยง ในที่อยู่ของตนและเนื่องจาก สุนัขป่ามีธรรมชาติในการปรับตัว ให้เชื่องง่ายกว่า สัตว์ประเภทอื่น จนมีการขยายพันธุ์ และพัฒนากลายเป็นสุนัขเลี้ยงพันธุ์ต่าง ๆ และเชื่อว่า สุนัขเลี้ยงตัวแรกของมนุษย์ เกิดขึ้นราว 12,000 ปีล่วงมาแล้ว นักโบราณคดีในอิสราเอล พบหลุมฝั่งศพอายุกว่า 10,000 ปี มีโครงกระดูกอุ้มสุนัขไว้ ในวงแขน โดยกระดูกสุนัขมีลักษณะเหมือนสุนัขพันธุ์ แคแนน ซึ่งเป็นสุนัขพื้นเมือง ของอิสราเอล ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย เกี่ยวกับสุนัขพันธุแรก ๆ เช่น สุนัขดิงโก้ ที่เราเชื่อกันว่าเป็นสุนัขป่าแต่กำเนิด แต่จริง ๆ แล้วเป็นสุนัขเลี้ยงของชาวอะบอริจิน ของออกเตรเรียนที่ค่อนข้างจะดุร้าย และหวนกลับไปใช้ชีวิตในป่าอีกครั้ง ในตะวันออกกลางมีสุนัขพันธุ์ เก่าแก่คือพันธุ์ ซาลูกิ ซึ่งมีอายุหลายพันปี เช่นกัน ในทวีปอเมริกาก็มีสุนัขหลายพันธุ์ ตั้งแต่พันธุ์ อลาสกันมาลามูท จนถึง ชิวาวาในแม็กซิโก ส่วนทวีปยุโรป จะมีการพัฒนาพันธุ์สุนัข เพื่อใช้เฝ้ายามและเลี้ยงสัตว์ สำหรับสุนัขป่า ในทวีปเอเซียจะมีขนาดเล็กกว่าก็เป็น ต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ต่าง ๆ ที่แพร่หลายจากตะวันออก ปาจนถึงใจกลางทวีปแอฟริกา เช่นสุนัขพันธุ์ปักกิ่ง ซึ่งยังคงมีลักษณะไม่เปลี่ยนแปลงจากเมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว หรือสุนัขพันธุ์เจแปนนิสชิน ที่มีต้นกำเนิดในประเทศจีน และนำเข้ามายังประเทศญี่ปุ่น2,700 ปีที่แล้ว ซึ่งได้รับความนิยมมาก ในราชสำนัก  



สุนัขพันธุ์ปอมเมอร์เรเนียนมีนิสัยส่วนตัวอย่างไร
     
1. เป็นมิตร                                   2. ว่องไว

3. ขี้เล่น                                        4.รักคนโดยเฉพาะเด็กๆ

5. ขี้อ้อน                                       6. ชอบไปเที่ยวโดยเฉพาะออกงาน

7. ซื่อสัตว์ต่อเจ้าของ











วิธีที่ถูกต้องในการเลี้ยงสุนัขพันธ์ปอมเมอร์เรเนียม

1.         ควรให้สุนัขนอนในห้องที่มีแอร์เพราะสุนัขพันธ์นี้ต้องการความเย็น

2.         ควรมีฟูกให้สุนัขนอนเพราะสุนักพันธ์นี้ต้องการความสงบ

3.         ควรมีของเล่นให้สุนัขพันธ์นี้เพราะสุนัขมีนิสัยที่ขี้เล่นและไม่ชอบอยู่นิ่ง

4.         ควรทำความสะอาดสุนัขพันธ์นี้  1  ครั้งต่อ  2  วัน

5.         ควรพาสุนัขพันธ์นี้ไปตรวจบ่อยๆ เพราะสุนัขพันธ์นี้อ่อนแอต่ออากาศมาก

6.         ควรให้สุนัขกินอาหารสำเร็จรูแปเพราะจะปลอดภัยต่อสุนัข

7.         ความีแชมพูที่หมอแนะนำ เพราะถ้าเราแคร์เรื่องราคาอาจทำให้ผิวหนังของสุนัขแพ้ได้








ประโยชน์ของสุนัขพันธุ์ปอมเมอร์เรเนียน

1.         เลี้ยงไว้เพื่อการดูเล่น

2.         เป็นเพื่อนที่ดีของคนโดยเฉพาะเด็กๆ  เพราะสุนัขพันธ์นี้มีนิสัยขี้เล่นรักเด็กไม่

เป็นอันตรายต่อมนุษย์

3.         ด้วยความว่องไวและความฉเลียวฉลาดจึงทำให้แสดงละครได้เป็นอย่างดี

4.         เลี้ยงไว้เพื่อการนำมาประกวดเพราะสุนัขพันธ์นี้มีสายพันนี้มีสายพันธ์ที่แข็งแรง 

เหมาะกับการพัฒนาขึ้นมาประกวด  นอกจากนี้ยังมีสัดส่วนร่างกายที่น่าสนใจ

5.         ด้วยความกล้าหาญและเสียงที่แหลมได้ยินชัดเจน  จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการที่จะ

เลี้ยวไว้เพื่อเฝ้ายาม




อาหารสำหรับสุนัขของเรา

    ปัญหาของผู้เลี้ยงสุนัขก็คือ สุนัขแต่ละตัวแต่ละพันธุ์ ชอบทานอาหาร
ไม่เหมือนกันจะคลุกข้าวกับปลาทู กับเศษอาหารเหลือๆ เหมือน
สุนัขบ้าน สุนัขวัด มันไม่ทานแน่
สุนัขบางตัวทานแต่กับ ข้าวที่คลุกให้มันจะไม่ยอมแตะ เป็นที่กลัดกลุ้มใจ
ต่อผู้เลี้ยงมาก ที่จะต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก เป็นการเพิ่มภาระเลี้ยงดู
นอกเหนือจากลูกสาวลูกชาย และสมาชิกในครอบครัวที่มีอยู่เป็นปรกติแล้วความจริงนั้นสุนัขปรับตัวเองได้ดีมาก มันจะสามารถ ทาน อะไรได้ทุกๆ      
อย่างตามที่เราจัดหาให้มัน แต่ต้องค่อยเป็น             
ค่อยไป เช่น จากทานแต่เนื้อสัตว์ก็ค่อยๆ เริ่มทานข้าว และผัก อื่นๆ ได้

สุนัขที่เรานำมาเลี้ยงได้ส่วนใหญ่จะมีอายุประมาณ 10 สัปดาห์ เป็นระยะเวลา
ที่มันหย่านมจากแม่ ลืมตา และแข็งแรงแล้ว เมื่อนำมาเลี้ยงจะมีพฤติกรรม
เพียง 2 อย่าง คือ กินกับนอน ซึ่งเราต้องฟูมฟักกับมันอยู่เช่นนั้น กว่าที่จะโต
เป็นหนุ่ม เป็นพ่อพันธ์ แม่พันธุ์ได้ต้องใช้เวลาประมาณ10 - 15 เดือน
(ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของมัน)